แอพสตรีมมิ่งแห่งปี 2021 ดูหนังออนไลน์ง่าย ๆ ในช่วงกักตัว

0
239

2020 เป็นปีที่หลาย ๆ คนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกเหมือนเสียเวลาหลายเดือนไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะช่วงกักตัวต้องอยู่แค่ในบ้าน แถมธุรกิจเกี่ยวกับความบันเทิงต่าง ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ล้วนแล้วแต่ถูกบังคับให้หยุดชะงักกันไปเป็นแถว บ้างก็ทยอยปิดกิจการ บ้างก็ลดขนาดธุรกิจลง เช่นเดียวกับธุรกิจโรงภาพยนตร์ ซึ่งนับว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แบบมหาศาล นอกจากจะขายตั๋วได้น้อยลง เพราะต้องตอบสนองกับมาตรการเว้นระยะห่างแล้ว ผู้ผลิตและค่ายหนังส่วนใหญ่ก็ชะลอการส่งหนังเข้าฉายในโรง เนื่องจากกลัวทำเงินได้ไม่คุ้มทุน ทำให้มีภาพยนตร์เรื่องใหม่ ๆ ในตารางน้อยมาก จนโรงหนังต้องนำเรื่องเก่า ๆ วนกลับมาฉายใหม่แทน

อย่างไรก็ตาม 2020 ก็ไม่ได้เป็นขาลงไปหมดเสียทีเดียว บางธุรกิจได้รับผลประโยชน์จากภาวะโรคระบาดนี้ และทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจที่ทุกบ้านต้องมี อย่าง “แอพสตรีมมิ่ง” หรือแอพดูหนังออนไลน์นั่นเอง แอปไหนกำลังมาแรง แอปไหนน่าสนใจอย่างไร ตามไปอ่านกันได้ในบทความนี้เลยครับ

Netflix

App แอพสตรีมมิ่ง ดูหนัง ออนไลน์

เมื่อ 4-5 ปีก่อน ในยุคที่ธุรกิจสตรีมมิ่งกำลังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว Netflix เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรก ๆ ที่บุกเบิกวงการนี้ และตีตลาดจนแบรนด์ติดลมบนมาได้โดยตลอด แม้ว่าปัจจุบันจะมีแอพดูหนังเจ้าอื่น ๆ เข้ามาเป็นคู่แข่ง รวมถึงแอพวิดีโอออนดีมานด์ (Video On-demand) อย่าง Youtube ที่พยายามผลิตคอนเทนต์มาเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนำระบบการติดตามเนื้อหาแบบ “สมัครจ่ายรายเดือน (Subscription)”  เข้ามาใช้เช่นเดียวกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถึงอย่างไรเน็ตฟลิกซ์ก็ยังคงเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการสตรีมมิ่งเสมอมา ด้วยเนื้อหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ สารคดี รายการทีวี การ์ตูนจากทั่วโลก ทั้งตะวันตก ตะวันออก เอเชีย แถมเนื้อหาครบทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ และยังมีโหมดที่ตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ อย่าง “Netflix for kids” ที่ช่วยจำกัดให้ลูก ๆ ดูได้เฉพาะเนื้อหาที่ถูกคัดสรรมาสำหรับเด็กเท่านั้น

Netflix เป็นแอพดูหนังออนไลน์ที่เติบโตไปถึงขั้นที่สามารถผลิตคอนเทนต์ของตัวเองได้ เรียกว่า “Netflix Originals” ซึ่งคุณภาพก็สามารถพูดได้ว่าเทียบเท่าโปรดักชันหนังบล็อกบัสเตอร์ (Block Buster) หรือซีรีส์ของช่องทีวีได้เลยทีเดียว นับว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ก้าวกระโดดจริง ๆ เพราะแอปสตรีมมิ่งส่วนใหญ่ในตลาดที่สามารถผลิตคอนเทนต์เป็นของตัวเองได้ ตอนนี้ก็มักจะมีเฉพาะค่ายดังที่มีทรัพยากรอยู่แล้ว จากนั้นจึงหันมาพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ทีหลัง เช่น HBO หรือ Disney+ เป็นต้น จึงสามารถกล่าวได้ว่า ณ ตอนนี้เน็ตฟลิกซ์ยังถือเป็นแอพสตรีมมิ่งอันดับหนึ่ง แต่ในอนาคตจะมีแอปไหนมาแรงแซงทางโค้งหรือไม่ ต้องรอติดตามกันครับ

Prime Video

Amazon Prime Video แอพสตรีมมิ่งแห่งปี 2021 ดูหนังออนไลน์

Prime Video หรือ Amazon Prime Video เป็นแอพสตรีมมิ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในฝั่งตะวันตก ในไทยเราจะไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแอพดูหนังที่เติบโตจนสามารถผลิตคอนเทนต์ของตัวเองได้เช่นเดียวกับเน็ตฟลิกซ์ และสามารถทำออกมาได้มีคุณภาพด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงความหลากหลายของคอนเทนต์ Prime Video ยังมีความหลากหลายน้อยกว่าเน็ตฟลิกซ์มากครับ ทั้งในด้านของจำนวนและการแบ่งประเภท (Categories) ของเนื้อหา ถ้าหากลองไปเบราซ์ (Browse) ดู จะเห็นได้ชัดว่าเมนูตั้งต้นของไพรม์นั้นมีประเภทเนื้อหามาให้เลือกชมแค่ไม่กี่แบบ ซึ่งล้วนแต่เป็นการแบ่งแบบกว้าง ๆ ทั่วไป เช่น อาชญากรรม แอ็กชัน คอมเมดี้ ดราม่า เป็นต้น ในขณะที่เน็ตฟลิกซ์มีการแบ่งยิบย่อยกว่านั้นมาก และทำให้ผู้ชมสามารถเลือกดูได้ตรงความต้องการตัวเองมากขึ้น แต่ถึงอย่างไร เราก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากนะครับว่าอัลกอริทึมการโชว์คอนเทนต์ของเน็ตฟลิกซ์นั้นเรียกว่า “ดี” เพราะมันก็ยังมีจุดบอดหลาย ๆ จุด และยังดึงคอนเทนต์ออกมานำเสนอได้ไม่ตรงกับ Preferences หรือสิ่งที่ผู้ชมชื่นชอบเท่าไหร่นัก สังเกตได้ว่าเวลาเข้าแอพ Netflix เราจะต้องนั่งคิดทุกครั้งว่า “จะดูอะไรดีนะ” นั่นเป็นเพราะตัวระบบเลือกแต่คอนเทนต์ที่เไม่ตรงใจเรามาแนะนำนั่นเอง

ในสมัยก่อน Prime Video มีจุดเด่นอยู่ที่คอนเทนต์ของ HBO ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่หาชมที่ไหนไม่ได้นอกจากบนช่องโทรทัศน์ ส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงินเพื่อดู (แบบเดียวกับทรูวิชั่นบ้านเรานั่นแหละ) และบริการทุกช่อง Sub-channel ก็ไม่ได้ครอบคลุมทั่วโลก พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ Prime Video เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์เดียวที่เราจะสามารถดูคอนเทนต์จำพวกหนังและซีรีส์ของ HBO ได้ครบจบที่สุด แต่จุดเด่นนี้ก็หายไป เมื่อ HBO เริ่มทำแอปสตรีมมิ่งของตัวเอง ด้วยเหตุผลทางสัญญาและลิขสิทธิ์ คอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เคยลงในไพรม์จึงถูกดึงกลับไป ทำให้หลายคนเลิกติดตาม Amazon Prime และหันไปใช้ HBO GO แทน

HBO GO

HBO GO แอพสตรีมมิ่งแห่งปี 2021 ดูหนังออนไลน์

แอพสตรีมมิ่งที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2020 แต่เป็นน้องใหม่ที่น่าจับตามองมากครับ เพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นครั้งแรกของค่ายทีวียักษ์ใหญ่อย่าง HBO แน่นอนว่าคอนเทนต์ที่มีให้ดูในแอพจึงอัดแน่นไปด้วยของดีมีคุณภาพทั้งนั้น ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการทีวีที่เป็นลิขสิทธิ์แท้ของ HBO มากมาย นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของแอปนี้ เป็นเมนูที่แอพวิดีโอออนดีมานด์หลาย ๆ แอปยังไม่มี นั่นก็คือ “Live TV” นั่นเองครับ เนื่องจากแอพสตรีมมิ่งส่วนใหญ่ต่างก็เริ่มต้นมาจากการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์ทั้งนั้น กล่าวคือ เป็นวิดีโอแบบที่อัปโหลดไว้ แล้วให้ผู้ชมเลือกชมเองบนระบบออนไลน์ ซึ่งมีความแตกต่างกับการออนแอร์ทางโทรทัศน์ที่มีผังรายการดำเนินไปเรื่อย ๆ ค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ของทุนสร้างและโปรดักชัน ดังนั้นจุดเด่นของ HBO GO ก็คือแอพสตรีมมิ่งที่มีทั้งวิดีโอออนดีมานด์และรายการสดอยู่ในบริการเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แอปดูหนังอื่น ๆ ยังทำได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่า

นอกจากนี้ HBO ยังเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้วในด้านของการผลิตซีรีส์เรื่องดังมากมาย ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะมี Game of Thrones และ Westworld ซึ่งที่เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากพล็อตแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยเห็นซีรีส์โทรทัศน์ช่องอื่นทำกันสักเท่าไหร่ รวมถึงโปรดักชันแบบทุ่มทุนสร้างเป็นพัน ๆ ล้าน เนรมิตมังกรเสมือนจริงขึ้นมาได้เป็นตัว ๆ ถ่ายทำกันหลายปี ทำให้เป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และมีผู้ชมติดตามทั่วโลก ในไทยเองก็เช่นกันครับ หลังจากเปิดตัวก็มีผู้ใช้งานจำนานมากทีเดียว เพราะนอกจากซีรีส์ระดับตำนานหลาย ๆ เรื่องแล้ว ก็ยังมีหนังดังในเครือ Warner Bros. ให้เสพอีกมากมาย ถ้าใครนึกไม่ออก ก็ให้นึกถึงหนังแฟรนไชส์ DC ทั้งหลายไว้ได้เลยครับ ไม่ว่าจะ Wonder Woman หรือ Aquaman ก็มาครบ ทั้งยังมีแฟรนไชส์ Harry Potter ครบทุกภาคด้วย

iQIYI

iQIYI แอพสตรีมมิ่งแห่งปี 2021 ดูหนังออนไลน์ง่าย ๆ

แอพสตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งเปิดบริการมานานมากแล้ว แต่เพิ่งตีตลาดไทยและเอเชียได้ไม่นาน จริง ๆ คือมาแทบจะพร้อม ๆ กับ HBO GO เลยครับ แต่เน้นกลุ่มผู้ชมในเอเชียเป็นหลัก คอนเทนต์ส่วนใหญ่จะมีแต่หนัง ซีรีส์ และรายการของจีน เกาหลี ญี่ปุ่นเป็นหลัก รวมถึงเนื้อหาอีกประเภทที่แอพสตรีมมิ่งอื่นไม่ค่อยมี ก็คือ ซีรีส์วาย จุดเด่นของแอปนี้คือคอนเทนต์ส่วนใหญ่มักจะฟรี ไม่จำเป็นต้องสมัครรายเดือนก็สามารถดูได้ เพราะจริง ๆ ลักษณะของ iQIYI จะเหมือนกับ Youtube หรือ LineTV ของบ้านเรามากกว่าแอปดูหนังทั่ว ๆ ไปครับ ราคา VIP จึงถูกมาก เพียงแค่ประมาณ 15 บาทต่อเดือนเท่านั้น เนื่องจากเป็นแค่การจ่ายเงินเพื่อเอาโฆษณาออก ไม่ใช่จ่ายเงินเพื่อดูเนื้อหาเหมือนสตรีมมิ่งอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม iQIYI ไม่ถือเป็นโซเชียลมีเดีย (Social Media) เหมือน Youtube นะครับ เพราะไม่ใช่แพลตฟอร์มสาธารณะที่เปิดให้ใครก็ได้เข้ามาโพสต์ สื่อทั้งหมดบนแอปยังถูกควบคุมโดย Baidu ซึ่งเป็นค่ายแม่ของทางฝั่งจีนอยู่ ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นแอพวิดีโอออนดีมานด์ มากกว่าสตรีมมิ่งนั่นเอง

จุดเด่นของ iQIYI คือความเร็วในการอัปเดตเนื้อหา ทั้งตัววิดีโอและซับไตเติ้ลครับ ซึ่งน่าแปลกใจมากที่แอปนี้ทำได้ดีกว่า Netflix เสียอีก อาจจะเพราะเจาะกลุ่มตลาดที่เล็กลงมา ทำให้ควบคุมความเร็วในการผลิตคอนเทนต์ได้มีประสิทธิภาพกว่า ยกตัวอย่างเช่น อนิเมะญี่ปุ่นที่กำลังเป็นกระแสมาแรงช่วงนี้ อย่าง Jujutsu Kaisen และ Attack on Titan ที่แอป iQIYI ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาเช่นเดียวกัน แต่อัปเดตซับไตเติ้ลภาษาไทยได้รวดเร็วมาก ภายในเวลาเพียงแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากตอนนั้น ๆ ออกอากาศในประเทศต้นทาง ตอบโจทย์แฟนการ์ตูนที่รอชมแบบเรียลไทม์ได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 4 แอปพลิเคชั่นที่เราเลือกให้เป็นที่สุดของ 2021 คัดสรรมาเฉพาะแอปที่มีฟังก์ชันน่าสนใจ และมีแนวโน้มจะไปได้ไกลในช่วงปีหน้า นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว อย่าลืมนะครับว่าในยุคที่ออนไลน์กำลังบูมแบบนี้ ยังมีแอพสตรีมมิ่งอื่น ๆ ให้เลือกพิจารณารับชมกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Apple TV, WeTV และ Disney+ (ที่ยังไม่เข้าไทย และไม่รู้จะเข้าเมื่อไหร่) หรือแอปผู้ให้บริการทางฝั่งไทยเราอย่าง LineTV, Viu และ AIS Play เป็นต้น ก่อนจะสมัครรับชมแอปไหน ก็อย่าลืมหาข้อมูลก่อนนะครับ ไม่งั้นถ้าสมัครหมดอาจจะถังแตกโดยไม่รู้ตัวได้

ขอบคุณที่มาของรูป

https://www.netflix.com/

https://uxdesign.cc/

https://fssquad.com/

https://www.iqiyi.com/